เคล็ดลับการเลือกกลองไฟฟ้า
- ตั้งงบประมาณในการซื้อกลองไฟฟ้า
- อุปกรณ์เสริมสำหรับกลองไฟฟ้า
- พื้นที่ตั้งกลองไฟฟ้า
- ช่องทางการสั่งซื้อกลองไฟฟ้า
ตั้งงบประมาณในการซื้อกลองไฟฟ้า
ก่อนจะเลือกซื้อกลองไฟฟ้า เราต้องรู้ก่อนว่ากลองไฟฟ้าแต่ละรุ่น แต่ละแบบ แตกต่างกันอย่างไร?
- แป้นซ้อมตีกลอง : เป็นแป้นกลองเดี่ยวๆ ขนาดเล็ก พกพาสะดวก เหมาะสำหรับการฝึกซ้อมจังหวะ และน้ำหนักมือในการตี โดยจะมีฟังก์ชันสำหรับการฝึกซ้อมโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการฝึกฝนจังหวะเป็นพิเศษ
- แพดกลองไฟฟ้า : เป็นกลองไฟฟ้าขนาดพกพา สามารถใช้งานได้เหมือนกลองชุดไฟฟ้า เหมาะสำหรับมือกลองที่ต้องการพกพาเพื่อไใช้งานในสถานที่ต่างๆ เช่น สายเล่นดนตรีตามร้านอาหาร หรือใช้ในสถานที่ที่มีพื้นที่จำกัด
- กลองชุดไฟฟ้า : เป็นกลองไฟฟ้าที่มีรูปแบบเหมือนกลองชุดอะคูสติก แต่ควบคุมระดับเสียงได้ รวมถึงมีหลายหลายขนาดและอุปกรณ์ให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมและงบประมาณของคุณ
โดยการตั้งงบประมาณจะทำให้คุณเลือกซื้อกลองไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น ซึ่งกลองไฟฟ้าราคาหมื่นนิดๆ ก็โอเคมากๆ ในการเริ่มต้นฝึกตีกลอง โดยหากคุณมีงบ 20,000 บาท คุณสามารถดูกลองไฟฟ้าที่มีฟังก์ชันครบครันได้ในราคา 15,000 บาท อย่าง Aroma TDX-23II ที่ราคาเพียง 14,900 บาท พร้อมอุปกรณ์เสริมอีก 5,000 บาท อย่าง แอมป์กลอง หูฟัง เก้าอี้ และไม้กลอง
สำหรับผู้ปกครองที่กำลังมองหากลองไฟฟ้าสำหรับลูกของคุณ เราขอแนะนำให้ซื้อกลองไฟฟ้าให้เหมาะกับช่วงวัยของเด็กๆ
- เด็กอายุ 3-5 ขวบ เริ่มควบคุมร่างกายได้ สมองสั่งการการทำงานของอวัยวะ มือ ขา แนะนำกลองไฟฟ้าที่เป็นกระเดื่อง Footswitch เพราะกล้ามเนื้อของเด็กวช่วงวัยนี้ยังไม่แข็งแรงมาก สามารถดูกลองไฟฟ้าที่ราคาไม่ถึง 10,000 บาทได้ อย่าง Aroma TDX-16 ราคา 7,490 บาท
- เด็กอายุ 6-8 ขวบ ผู้ปกครองสามารถลงทุนกับกลองไฟฟ้าได้ ขยับงบให้มากขึ้น เลือกกลองไฟฟ้าที่มีฟังก์ชันไม่ต้องเยอะมาก เพียงเปิดเครื่องก็สามารถตีได้เลย ขอแนะนำ Aroma TDX-16S ราคา 8,590 บาท หรือใครมีงบเยอะก็สามารถขยับไปใช้ Aroma TDX-23II หรือ Aroma TDX-25II ซึ่งจะอยู่ในงบประมาณหมื่นกลางๆ แต่ได้ฟังก์ชันครบครัน
- เด็กอายุ 9-12 ขวบ ถือว่าเป็นช่วงวัยที่โตขึ้นและมีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น สามารถปรับฟังก์ชันของกลองด้วยตัวเองได้บ้างแล้ว สามารถตั้งงบ 15,000 บาทขึ้นไปได้เลย เพื่อจะได้กลองไฟฟ้าที่ตอบสนองความต้องการของเด็กได้ ทั้งปรับเสียงกลองได้ และฉาบจับหยุดได้ อย่าง Aroma TDX-23II และ Aroma TDX-25II



อุปกรณ์เสริมสำหรับกลองไฟฟ้า
ข้อควรรู้ก่อนซื้อกลองไฟฟ้าคือ กลองไฟฟ้าต้องใช้กับหูฟังหรือแอมป์กลอง เพื่อให้เราได้ยินเสียงกลองนั่นเอง


แล้วระหว่างหูฟังกับแอมป์ ถ้าหากต้องตัดสินใจเลือกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ควรเลือกอะไรดี?
- แอมป์กลองไฟฟ้า
เราขอแนะนำให้ซื้อแอมป์มากกว่า เพราะมันสามารถปรับแต่งเสียงได้ แต่ต้องเป็นแอมป์สำหรับกลองไฟฟ้าเท่านั้น เพราะย่านเสียงแอมป์แต่ละประเภทไม่เหมือนกัน การเลือกซื้อแอมป์สำหรับกลองไฟฟ้า จะให้เสียงสูงของฉาบ และเสียงต่ำของเบสดรัมได้ชัดเจนที่สุด โดยแอมป์ที่ราคา 3,000 ถึง 6,000 บาท ก็ถือเป็นแอมป์คุณภาพระดับกลางๆ ที่สามารถใช้งานได้ง่ายและไม่แพงจนเกินไปสำหรับผู้เริ่มต้น
คลิ๊กเพื่ออ่าน แนะนำแอมป์กลองสำหรับใช้ในบ้าน - ไม้กลอง
อีกอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับการตีกลองคือ ไม้กลอง ไม่ควรใช้ไม้กลองที่มีขนาดไม่ใหญ่เกินไป เราขอแนะนำไม้กลองขนาด 5A หรือ 7A จะเป็นขนาดที่กำลังดี แนะนำให้ใช้เป็นไม้กลองหัวไนลอน เพราะให้ทัชชิ่งสมจริง โดยเฉพาะเมื่อเราตีฉาบยางของกลองไฟฟ้าจะให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับการตีฉาบทองเหลือง อีกทั้งยังช่วยถนอมหนังกลองอีกด้วย
พื้นที่ตั้งกลองไฟฟ้า
ไม่ควรตั้งกลองไฟฟ้าไว้กลางบ้านเพราะมีสายไฟ อาจทำให้สะดุดล้ม หรือเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้สายไฟชำรุดได้ ควรตั้งกลองไฟฟ้าชิดกำแพง หากหันหน้าเข้าหากำแพงได้จะดีที่สุด และพรมกลองสำคัญอย่างมาก เพราะพรมจะช่วยให้กลองไม่เคลื่อนที่หนีขณะตี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเหยียบกระเดื่อง
เป็นอย่างไรกันบ้างกับวิธีการเลือกซื้อกลองไฟฟ้า หากยังไม่แน่ใจว่าจะซื้อกลองไฟฟ้าชุดไหนดี หรืออยากลองตีกลองไฟฟ้าชุดจริงดูก่อน สามารถมาที่ร้านของเราได้เลย เราพร้อมให้คำแนะนำและให้บริการคุณ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Noisy Music Shop